ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Blog คำพิพากษาฎีกา ประเด็น ภาษาเขียนที่น่าสนใจ ^^ อัพเดท 23/12/53

รูปภาพของฉัน
ปรับปรุงเพื่อทำเป็นสารบัญครับ

วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

รายชื่อมาตราประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

คำนิยาม
(1) ศาล
(2) คดี
(3) คำฟ้อง
(4) คำให้การ
(5) คำคู่ความ
(6) คำแถลงการณ์
(7) กระบวนพิจารณา
(8) การพิจารณา
(9) การนั่งพิจารณา
(10) วันสืบพยาน
(11) คู่ความ
(12) บุคคลผู้ไร้ความสามารถ
(13) ผู้แทนโดยชอบธรรม
(14) เจ้าพนักงานบังคับคดี

ลักษณะ 2 ศาล
หมวด 1 เขตอำนาจศาล
มาตรา 2 ศาลที่มีอำนาจ
มาตรา 3 ศาลที่มีเขตอำนาจ
มาตรา 4 ศาลที่มีเขตอำนาจ (กรณีทั่วไป)
มาตรา 4 ทวิ คำฟ้องเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์
            1. คำฟ้องเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์
            2. คำฟ้องที่ไม่เกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์
มาตรา 4 ตรี คำฟ้องกรณีพิเศษ
มาตรา 4 จัตวา คำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดก
มาตรา 4 เบญจ คำร้องขอเกี่ยวกับนิติบุคคล
มาตรา 4 ฉ คำร้องขอเกี่ยวกับทรัพย์สินที่อยู่ในราชอาณาจักร
มาตรา 5 ศาลที่มีอำนาจมีหลายศาล
มาตรา 6 การโอนคดี
มาตรา 7 คำฟ้องหรือคำร้องขอที่เกี่ยวเนื่องกับคดีเดิม
มาตรา 8 การรวมคดีในศาลชั้นต้น
มาตรา 9 การรวมคดีในชั้นอุทธรณ์
มาตรา 10 การไม่สามารถดำเนินคดีในศาลที่มีอำนาจ

หมวด 2 การคัดค้าน ผู้พิพากษา
มาตรา 11 เหตุคัดค้านผู้พิพากษาหลายนาย
มาตรา 12 เหตุคัดค้านผู้พิพากษานายเดียว
มาตรา 13 การคัดค้านผู้พิพากษา
มาตรา 14 ผู้พิพากษาที่ถูกคัดค้านไม่ยอมถอนตัว

หมวด 3
มาตรา 15 การใช้อำนาจนอกเขตศาล
มาตรา 16 การส่งประเด็น
มาตรา 17 ลำดับการดำเนินคดี
มาตรา 18 การตรวจคำคู่ความ
มาตรา 19 การสั่งให้ตัวความมาศาล
มาตรา 20 การไกล่เกลี่ย
มาตรา 20 ทวิ วิธีการไกล่เกลี่ย
มาตรา 21 การพิจารณาคำขอและคำแถลง
มาตรา 22 การคำนวณระยะเวลา
มาตรา 23 การขยายหรือย่นระยะเวลา
มาตรา 24 การชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมาย
มาตรา 25 การส่งคำร้องคำขอเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวและการบังคับคดี
มาตรา 26 การคัคด้านข้อความหรือคำสั่งหรือคำชี้ขาดของศาล
มาตรา 27 กระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ
มาตรา 28 ว.1 การรวมพิจารณาคดี / ว.2 การโอนคดี
มาตรา 29 การแยกคดี
มาตรา 30 การออกข้อกำหนดของศาล
มาตรา 31 ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล
มาตรา 32 ละเมิดอำนาจศาลกรณีโฆษณา
มาตรา 33 โทษฐานละเมิดอำนาจศาล
มาตรา 34 การดำเนินกระบวนพิจารณาในประเทศ

หมวด 4 การนั่งพิจารณา
มาตรา 35 สถานที่และวันเวลาที่นั่งพิจารณาคดี
มาตรา 36 การนั่งพิจารณาคดี
มาตรา 37 การนั่งพิจารณาคดีติดต่อกัน
มาตรา 38 การเลื่อนคดีโดยศาลเอง
มาตรา 39 การเลื่อนคดีโดยตรง
มาตรา 40 คู่ความขอเลื่อนคดีเพราะเหตุจำเป็น
มาตรา 41 การเลื่อนคดีเพราะเหตุเจ็บป่วย
มาตรา 42 คู่ความมรณะ
มาตรา 43 การขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะ
มาตรา 44 การเรียกบุคคลเข้ามาแทนที่คู่ความมรณะ
มาตรา 45 ว.1 คู่ความเป็นผู้ไร้ความสามารถหรือผู้แทนมรณะหรือหมดอำนาจ / ว.2 ผู้แทนหรือทนายความมรณะหรือหมดอำนาจ

หมวด 5 รายงานและสำนวนความ
มาตรา 46 ว.1 ลักษณะและข้อบังคับขอสำนวนความ / ว.2 การจัดทำคำแปลเอกสารภาษาต่างประเทศ / ว.3 การจัดหาล่าม
มาตรา 47 ใบมอบอำนาจ
มาตรา 48 รายงานกระบวนพิจารณา
มาตรา 49 รายงานของศาลเป็นพยานหลักฐานเบื้องต้น
มาตรา 50 การลงลายมือชื่อรับรู้รายงานหรือเอกสาร
มาตรา 51 การลงสารบบและการรักษาสำนวนความ
มาตรา 52 การรักษาสำนวนคดีถึงที่สุด
มาตรา 53 สำนวนความสูญหาย
มาตรา 54 การขอตรวจหรือคัดสำนวนความ

ลักษณะ 3 คู่ความ
มาตรา 55 อำนาจฟ้อง
มาตรา 56 การฟ้องคดีของผู้ไร้ความสามารถ
มาตรา 57 ร้องสอด
มาตรา 58 สิทธิของผู้ร้องสอด
มาตรา 59 คู่ความร่วม
มาตรา 60 การมอบอำนาจให้ดำเนินคดีแทน
มาตรา 61 การตั้งทนายความ
มาตรา 62 อำนาจของทนายความ
มาตรา 63 อำนาจการรับเงินหรือทรัพย์สินของทนายความ
มาตรา 64 การมอบฉันทะ
มาตรา 65 ทนายความถอนตน
มาตรา 66 การสอบสวนความเป็นผู้แทน

ลักษณะ 4 การยื่นและส่งคำคู่ความและเอกสาร
มาตรา 67 รายการในคำคู่ความ
มาตรา 68 ภูมิลำเนาของนิติบุคคล
มาตรา 69 การยื่นคำคู่ความหรือเอกสาร
มาตรา 70 การส่งคำคู่ความหรือเอสการ
มาตรา 71 การยื่นคำให้การ
มาตรา 72 การยื่นคำร้องหรือคำแถลงการณ์ / ว.2 คำร้องอื่นๆ / ว.3 เอกสารอื่นๆ
มาตรา 73 การส่งโดยเจ้าพนักงานศาล
มาตรา 73 ทวิ การส่งไปรษณีย์ตอบรับ
มาตรา 74 วิธีปฏิบัติของเจ้าพนักงานศาลในการส่งคำคู่ความหรือเอกสาร
มาตรา 75 การส่งให้แก่ทนายความ
มาตรา 76 การไม่พบบุคคลที่จะส่ง
มาตรา 77 การส่งไปที่อื่นๆ
มาตรา 78 การวางคำคู่ความหรือเอกสาร
มาตรา 79 ปิดหมาย
มาตรา 80 หลักฐานในการส่ง
มาตรา 81 การส่งหมายเรียกพยาน
มาตรา 82 การส่งในคู่ความหลายคน
มาตรา 83 การส่งล่วงหน้า
มาตรา 83 ทวิ จำเลยมีภูมิลำเนาหรือสำนักงานนอกราชอาณาจักร
มาตรา 83 ตรี การส่งกรณีอื่นนอกจากมาตรา 83 ทวิ
มาตรา 83 จัตวา การส่งให้จำเลยนอกราชอาณาจักร
มาตรา 83 เบญจ วันที่การส่งมีผล (กรณีจำเลยหรือบุคคลภายนอกมีภูมิลำเนานอกราชอาณาจักร)
มาตรา 83 ฉ วันที่การส่งมีผล (กรณีจำเลยหรือตัวแทนประกอบกิจการในราชอาณาจักร)
มาตรา 83 สัตต การดำเนินการส่งให้จำเลยนอกราชอาณาจักร
มาตรา 83 อัฎฐ กรณีส่งตามมาตรา 83 สัตต ไม่ได้

ลักษณะ 5 พยานหลักฐาน
หมวด 1 หลักทั่วไป
มาตรา 84 ข้อเท็จจริงที่ไม่ต้องนำสืบ
มาตรา 84/1 ภาระการพิสูจน์
มาตรา 85 สิทธิในการนำพยานเข้าสืบ
มาตรา 86 อำนาจศาลในการรับฟังพยานหลักฐาน
มาตรา 87 พยานหลักฐานที่ห้ามรับฟัง
มาตรา 88 บัญชีระบุพยาน
มาตรา 89 พิสูจน์ต่อพยาน
มาตรา 90 การยื่นและการส่งสำเนาพยานเอกสาร
มาตรา 91 พยานหลักฐานร่วมกัน
มาตรา 92 เอกสิทธิของคำเบิกความหรือพยานหลักฐาน
มาตรา 93 รับฟังได้แต่ต้นฉบับพยานหลักฐาน
มาตรา 94 สืบพยานบุคคลแทนหรือแก้ไขเพิ่มเติมพยานเอกสาร
มาตรา 95 พยานบุคคลรับฟังได้
มาตรา 95/1 พยานบอกเล่า
มาตรา 96 พยานหูหนวกหรือเป็นใบ้
มาตรา 97 อ้างคู่ความเป็นพยาน
มาตรา 98 พยานผู้เชี่ยวชาญ
มาตรา 99 การตรวจบุคคล วัตถุ สถานที่ และการแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ
มาตรา 100 การขอให้คู่ความอีกฝ่ายรับข้อเท็จจริง
มาตรา 101 การสืบพยานไว้ล่วงหน้า
มาตรา 101/1 สืบพยานไว้ก่อนกรณีฉุกเฉิน
มาตรา 101/2 เงื่อนไขหรือหลักประกันในการอนุญาต
มาตรา 102 ว.1 ศาลที่ทำการสืบพยาน / ว.2 การส่งประเด็น /ว.3 การตามประเด็น
มาตรา 103 หลักฟังความสองฝ่าย
มาตรา 103/1 สืบพยานแทนศาล
มาตรา 103/2 คู่ความตกลงเรื่องวิธีสืบพยาน
มาตรา 103/3 ข้อกำหนดการนำสืบพยานหลักฐาน
มาตรา 104 การชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน
มาตรา 105 ความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมเกี่ยวกับพยานหลักฐานอันไม่จำเป็น

หมวด 2 ว่าด้วยเรื่องการมาศาลของพยานและการซักถามพยาน
มาตรา 106 หมายเรียกพยาน
มาตรา 106/1 พยานที่ออกหมายเรียกไม่ได้
มาตรา 107 การเดินเผชิญสืบ
มาตรา 108 พยานต้องไปศาล
มาตรา 109 พยานบุคคลที่เบิกความแล้ว
มาตรา 110 พยานไม่ไปศาล
มาตรา 111 พยานที่ไม่ไปศาลเป็นพยานสำคัญ
มาตรา 112 สาบานตนก่อนเข้าเบิกความ
มาตรา 113 ต้องเบิกความด้วยวาจา
มาตรา 114 ห้ามเบิกความต่อหน้าพยาน
มาตรา 115 พยานที่ไม่ต้องเบิกความ
มาตรา 116 ผู้ถามพยาน
มาตรา 117 การถามพยาน
มาตรา 118 ข้อห้ามในการถามพยาน
มาตรา 119 ว.1 อำนาจศาลในการถามพยานเพิ่มเติม / ว.2 อำนาจศาลในการถามพยานเพิ่มเติมกรณีพยานเบิกความขัดกัน
มาตรา 120 การพิสูจน์ต่อพยานหลักฐาน
มาตรา 120/1 บันทึกถ้อยคำแทนการซักถามพยาน
มาตรา 120/2 บันทึกถ้อยคำของผู้มีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศ
มาตรา 120/3 รายการในบันทึกถ้อยคำ
มาตรา 120/4 การสืบพยานโดยใช้ระบบการประชุมทางจอภาพ
มาตรา 121 การอ่านคำเบิกความและลงลายมือชื่อ

หมวด 3
มาตรา 122 ต้องต้นฉบับพยานเอกสารมาสืบ
มาตรา 123 ต้นฉบับเอกสารไม่อยู่ในความครอบครอง
มาตรา 124 ผลของการไม่นำต้นฉบับมาสืบ
มาตรา 125 การคัดค้านพยานเอกสาร
มาตรา 126 การชี้ขาดความถูกต้องแท้จริงของเอกสาร
มาตรา 127 ข้อสันนิษฐานความถูกต้องแท้จริงของพยานเอกสาร
มาตรา 127 ทวิ การรับคืนต้นฉบับพยานเอกสารหรือพยานวัตถุ

หมวด 4 การตรวจและการแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญโดยศาล
มาตรา 128 การตรวจพยานหลักฐาน
มาตรา 128/1 พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
มาตรา 129 พยานหลักฐานผู้เชี่ยวชาญ
มาตรา 130 การแสดงความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ

ลักษณะ 6 คำพิพากษาและคำสั่ง
หมวด 1 หลักทั่วไปว่าด้วยการตัดสินคดี
มาตรา 131 การวินิจฉัยชี้ขาดคดี
มาตรา 132 การจำหน่ายคดี
มาตรา 133 กรณีที่ไม่จำหน่ายคดี
มาตรา 134 ศาลมีหน้าที่ชี้ขาดคดี
มาตรา 135 จำเลยวางเงินต่อศาล
มาตรา 136 จำเลยวางเงินต่อศาลโดยยอมรัยผิดหรือไม่ยอมรับผิด
มาตรา 137 จำเลยยอมชำระหนี้อย่างอื่น
มาตรา 138 การประนีประนอมยอมความ
มาตรา 139 การพิพากษาคดีที่พิจารณาคดี

หมวด 2 ข้อความและผลแห่งคำพิพากษาหรือคำสั่ง
มาตรา 140 การทำและอ่านคำพิพากษา
มาตรา 141 รายการในคำพิพากษาหรือคำสั่ง
มาตรา 142 ต้องพิพากษาตามคำฟ้อง
มาตรา 143 การแก้ไขคำพิพากษาหรือคำสั่ง
มาตรา 144 การดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ
มาตรา 145 ผลพูกพันของคำพิพากษา
มาตรา 146 คำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุด
มาตรา 147 คำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุด
มาตรา 148 ฟ้องซ้ำ

หมวด 3 ค่าฤชาธรรมเนียม
ส่วนที่ 1 การกำหนดและการชำระค่าฤชาธรรมเนียม และการยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมศาล
มาตรา 149 ค่าฤชาธรรมเนียม
มาตรา 150 ค่าขึ้นศาล
มาตรา 151 การคืนค่าขึ้นศาล
มาตรา 152 การชำระค่าฤชาธรรมเนียม
มาตรา 153 ค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี
มาตรา 153/1 วิธีการและอัตราในการชำระ
มาตรา 154 เจ้าหนี้วางเงินและค่าใช้จ่าย
มาตรา 155 การขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล
มาตรา 156 วิธีการขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล
มาตรา 156/1 วิธีการขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล
มาตรา 157 ค่าธรรมเนียมศาลที่ได้รับการยกเว้น
มาตรา 158 กรณีคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งต้องรับผิดชำระค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองฝ่าย
มาตรา 159 ผู้ที่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล มีความสามารถเสียค่าธรรมเนียมได้
มาตรา 160 การถอนอนุญาตการได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล

ส่วนที่ 2 ความรับผิดชั้นที่สุดในค่าฤชาธรรมเนีสม
มาตรา 161 ความรับผิดชั้นที่สุดในค่าฤชาธรรมเนียม
มาตรา 162 กรณีโจทก์ร่วมหรือจำเลยร่วม
มาตรา 163 กรณีพิพากษาตามยอม
มาตรา 164 กรณีจำเลยวางเงินต่อศาล
มาตรา 165 กรณีจำเลยวางเงินต่อศาล
มาตรา 166 ค่าฤชาธรรมเนียมที่ไม่จำเป็น
มาตรา 167 ศาลต้องสั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมนึคำพิพากษา
มาตรา 168 การอุทธรณ์ฎีกาเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม
มาตรา 169 บัญชีแสดงค่าฤชาธรรมเนียม
มาตรา 169/1 การบังคับคดีเพื่อชำระค่าฤชาธรรมเนียมที่ค้าง
มาตรา 169/2 ความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี
มาตรา 169/3 ค่าฤชาธรรมเนียมการบังคับคดีที่ไม่จำเป็น

ภาค 2 วิธีพิจารณาในศาลชั้นต้น
ลักษณะ 1 วิธีพิจารณาสามัญในศาลชั้นต้น
มาตรา 170 ต้องดำเนินคดีครั้งแรกในศาลชั้นต้น
มาตรา 171 คำร้องขอ
มาตรา 172 คำฟ้อง
มาตรา 173 ว.1 การส่งสำเนาคำฟ้องให้จำเลยแก้คดี / ว.2 (1) ฟ้องซ้อน
มาตรา 174 ทิ้งฟ้อง
มาตรา 175 ถอนฟ้อง
มาตรา 176 ผลของการถอนฟ้องหรือทิ้งฟ้อง
มาตรา 177 ว.1 คำให้การ / ว.3 ฟ้องแย้ง
มาตรา 178 คำให้การแก้ฟ้องแย้ง
มาตรา 179 การแก้ไขคำฟ้องหรือคำให้การ
มาตรา 180 กำหนดเวลาแก้ไขคำฟ้องหรือคำให้การ
มาตรา  181 การพิจารณาของศาล
มาตรา 182 การชี้สองสถาน
มาตรา 183 การดำเนินกระบวนพิจารณาในวันชี้สองสถาน
มาตรา 183 ทวิ คู่ความไม่มาศาลในวันชี้สองสถาน
มาตรา 184 กำหนดวันสืบพยาน
มาตรา 185 วันนัดสืบพยานนัดแรก
มาตรา 186 แถลงการณ์ปิดคดี
มาตรา 187 การพิจารณาสิ้นสุด
มาตรา 188 คดีไม่มีข้อพิพาท

ลักษณะ 2 วิธีพิจารณาวิสามัญในศาลชั้นต้น
หมวด 1 วิธีพิจารณาคดีมโนสาเร่
มาตรา 189 คำนิยามคดีมโนสาเร่
มาตรา 190 จำนวนทุนทรัพย์หรือราคาอันพิพาทในคดีมโนสาเร่
มาตรา 190 ทวิ การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีมโนสาเร่
มาตรา 190 ตรี คำสั่งขยายหรือย่นระยะเวลา
มาตรา 190 จัตวา ค่าขึ้นศาล
มาตรา 191 วิธีฟ้องคดีมโนสาเร่
มาตรา 192 คดีที่ฟ้องไม่ใช่คดีมโนสาเร่
มาตรา 193 กำหนดวันนัดพิจารณาและหมายเรียกจำเลย
มาตรา 193 ทวิ ว.1 โจทก์ขาดนัดพิจารณา / ว.2 จำเลยขาดนัดพิจารณา
มาตรา 193 ตรี บัญชีระบุพยานและกำหนดวันนัดสืบพยาน
มาตรา 193 จัตวา การสืบพยาน
มาตรา 193 เบญจ ศาลนั่งพิจารณาคดีติดต่อกันไป
มาตรา 194 คำพิพากษาหรือคำสั่งด้วยวาจา
มาตรา 195 การนำวิธีพิจารณาสามัญมาใช้
มาตรา 196 คดีไม่มีข้อยุ่งยาก

หมวด 2 การพิจารณาโดยขาดนัด
มาตรา 197 ขาดนัดยื่นคำให้การ
มาตรา 198 โจทก์ขอพิจารณาคดีฝ่ายเดียว
มาตรา 198 ทวิ คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล เมื่อจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ
มาตรา 198 ตรี คดีมีจำเลยหลายคนและจำเลยบางคนขาดนัดยื่นคำให้การ
มาตรา 199 จำเลยขออนุญาตยื่นคำให้การ
มาตรา 199 ทวิ การบังคับคดีที่ขาดนัดยื่นคำให้การ
มาตรา 199 ตรี ขอให้พิจารณาคดีใหม่ภายหลังมีคำพิพากษา
มาตรา 199 จัตวา วิธีการขอให้พิจารณาคดีใหม่
มาตรา 199 เบญ การพิจารณาคำขอให้พิจารณาคดีใหม่
มาตรา 199 ฉ โจทก์ไม่ได้ให้การแก้คำฟ้องแย้ง
ส่วนที่ 2 การขาดนัดพิจารณา
มาตรา 200 ว.1 ขาดนัดพิจารณา / ว.2 ขาดนัดกรณีอื่นๆ
มาตรา 201 คู่ความทั้งสองฝ่ายขาดนัดพิจารณา
มาตรา 202 โจทก์ขาดนัดพิจารณา
มาตรา 203 ห้ามโจทก์ที่ขาดนัดพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดี
มาตรา 204 จำเลยขาดนัดพิจารณา
มาตรา 205 ศาลสงสัยว่าส่งหมายนัดสืบพยานไม่ชอบ
มาตรา 206 ว.1 การวินิจฉัยชี้ขาดคดี / ว.2 การขอให้พิจารณาคดีใหม่ก่อนมีคำพิพากษา / ว.3 การพิจารณษคดีหลังจากศาลไม่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่
มาตรา 207 ขอให้พิจารณาคดีใหม่ภายหลังมีคำพิพากษา

หมวด 3 อนุญาโตตุลาการ
มาตรา 210 การตั้งอนุญาโตตุลาการ
มาตรา 211 หลักเกณฑ์การตั้งอนุญาโตตุลาการ
มาตรา 212  ความยินยอมของอนุญาโตตุลาการ
มาตรา 213 ว.1 การถอนอนุญาตโตตุลาการ / ว.2 การคัดค้านอนุญาโตตุลาการ
มาตรา 214 ค่าธรรมเนียม
มาตรา 215 การกำหนดประเด็นข้อพิพาท
มาตรา 216 การนั่งพิจารณา
มาตรา 217 การออกเสียงชี้ขาด
มาตรา 218 คำชี้ขาด
มาตรา 219 ข้อตกลงอนุญาโตตุลาการสิ้นสุด
มาตรา 220 การเสนอให้ศาลชี้ขาดข้อพิพาท
มาตรา 221 อนุญาโตตุลาการนอกศาล
มาตรา 222 การอุทธรณ์คำสั่งศาลเกี่ยวกับคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ
ภาค 3 อุทธรณ์และฎีกา
ลักษณะ 1 อุทธรณ์
มาตรา 223 สิทธิในการอุทธรณ์
มาตรา 223 ทวิ การอุทธรณ์ข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา
มาตรา 224 คดีที่ห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง
มาตรา 225 ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ยกขึ้นอ้างในอุทธรณ์
มาตรา 226 คำสั่งระหว่างพิจารณา
มาตรา 227 กรณีที่ไม่ถือว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา
มาตรา 228 การอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่ใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา
มาตรา 229 การยื่นอุทธรณ์
มาตรา 230 การตรวจอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง
มาตรา 231 การทุเลาการบังคับคดี
มาตรา 232 การตรวจอุทธรณ์
มาตรา 233 การสั่งให้เสียค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น
มาตรา 234 การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์
มาตรา 235 คำแก้อุทธรณ์
มาตรา 236 การพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์
มาตรา 237 การยื่นคำแก้อุทธรณ์
มาตรา 238 การพิจารณาข้อเท็จจริงกรณีอุทธรณ์ได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย
มาตรา 239 อุทธรณ์คำสั่งต้องพิจารณาก่อนอุทธรณ์คำพิพากษา
มาตรา 240 การพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์
มาตรา 241 การพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์
มาตรา 242 การชี้ขาดตัดสินคดี
มาตรา 243 อำนาจศาลอุทธรณ์
มาตรา 244 การอ่านคำพิพากษา
มาตรา 245 ผลของคำพิพากษาหรือคำสั่ง
มาตรา 246 นำวิธีพิจารณาในศาลชั้นต้นมาใช้บังคับโดยอนุโลม

ลักษณะ 2 ฎีกา
มาตรา 247 การยื่นฎีกาและกฎหมายที่นำมาใช้บังคับชั้นฎีกา
มาตรา 248 คดีห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
มาตรา 249 ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ยกขึ้นอ้างในฎีกา
มาตรา 250 ยกเลิก
มาตรา 251 ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น
มาตรา 252 การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา

ภาค 4 วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาหรือการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง
ลักษณะ 1 วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา
หมวด 1 หลักทั่วไป
มาตรา 253 จำเลยขอให้โจทก์วางเงินหืรอหาประกันในศาลชั้นต้น
มาตรา 253 ทวิ จำเลยขอให้โจทก์วางเงินหืรอหาประกันในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกา
มาตรา 254 โจทก์ขอคุ้มครองชั่วคราว
มาตรา 255 การพิจารณาคำขอคุ้มครองชั่วคราว
มาตรา 256 จำเลยคัดค้านคำขอตามมาตรา 254 (2) หรือ (3)
มาตรา 257 ขอบเขตเงื่อนไขและวิธีดำเนินการของคำสั่งศาลตามมาตรา 254
มาตรา 258 ผลบังคับของคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว
มาตรา 258 ทวิ ผลของการฝ่าฝืนคำสั่งศาลตามมาตรา 254
มาตรา 259 นำเรื่องบังคับคดีมาใช้โดยอนุโลม (ส่วนใหญ่ เป็น มาตรา 290, 305(1), 314(1))
มาตรา 260 ผลของวิธีการชั่วคราวเมื่อศาลพิพากษาคดี
มาตรา 261 จำเลยหรือบุคคลภายนอกขอเพิกถอนหมายหรือคำสั่งตามมาตรา 254
มาตรา 262 ข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไป
มาตรา 263 จำเลยขอให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
มาตรา 264 คู่ความขอคุ้มครองประโยชน์ระหว่างพิจารณา
มาตรา 265 การใช้วิธีการชั่วคราวกับกรณีที่ศาลยอมรับเอาบุคคลเป็นประกัน

หมวด 2 คำขอในเหตุฉุกเฉิน
มาตรา 266 คำขอในเหตุฉุกเฉิน
มาตรา 267 การพิจารณาคำขอในเหตุฉุกเฉิน
มาตรา 268 อำนาจวินิจฉัยคำขอในเหตุฉุกเฉินและวิธีการที่จะนำมาใช้
มาตรา 269 ผลบังคับของคำสั่งอนุญาตตามคำขอในเหตุฉุกเฉิน
มาตรา 270 การใช้บังคับกับคำขออื่น

ลักษณะ 2 การบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง
หมวด 1 หลักทั่วไป
มาตรา 271 การบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง
มาตรา 272 คำบังคับ
มาตรา 273 ข้อความในคำบังคับ
มาตรา 274 ผู้ค้ำประกันในศาล
มาตรา 275 หมายบังคับคดี
มาตรา 276 การออกหมายบังคับคดีและเงื่อนไข
มาตรา 277 การไต่สวนหาทรัพย์สินของลูกหนี้
มาตรา 278 อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดี
มาตรา 278/1 การส่งเอกสารโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี
มาตรา 279 การดำเนินการบังคับคดี
มาตรา 280 ผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี
มาตรา 281 สิทธิและหน้าที่ของผู้มีส่วนได้เสีย
มาตรา 282 วิธีการบังคับคดีกรณีให้ชำระเงิน
มาตรา 283 ว.1 การยึดและการอายัดทรัพย์สิน / ว.2 ความรับผิดของเจ้าพนักงานบังคับคดี
มาตรา 284 ห้ามยึดหรืออายัดทรัพย์สินเกินกว่าที่พอจะชำระหนี้
มาตรา 285 ทรัพย์สินที่ไม่อยู่ในการบังคับคดี
มาตรา 286 เงินหรือสิทธิเรียกร้องที่ไม่อยู่ในการบังคับคดี
มาตรา 287 การขอกันส่วน
มาตรา 288 การร้องขัดทรัพย์
มาตรา 289 การขอรับชำระหนี้ก่อนของเจ้าหนี้จำนองหรือเจ้าหนี้บุริมสิทธิ
มาตรา 290 การขอเฉลี่ยทรัพย์
มาตรา 291 กรณีขอเฉลี่ยทรัพย์ไม่ทันกำหนด
มาตรา 292 การงดการบังคับคดี
มาตรา 293 ลูกหนี้ตามคำพิพากษาของดการบังคับคดี
มาตรา 294 การดำเนินการบังคับคดีต่อไป
มาตรา 295 การถอนการบังคับคดี
มาตรา 295 ทวิ การถอนการบังคับคดีเพราะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเพิกเฉยไม่บังคับคดี
มาตรา 295 ตรี การบังคับคดีชำระค่าธรรมเนียมกรณีถอนการบังคับคดี
มาตรา 296 การบังคับคดีฝ่าฝืนต่อกฎหมาย
มาตรา 296 ทวิ การบังคับคดีกรณีขับไล่หรือต้องออกไปหรือต้องรื้อถอน
มาตรา 296 ตรี วิธีการบังคับคดีกรณีตามมาตรา 296 ทวิ
มาตรา 296 จัตวา ลูกหนี้หรือบริวารไม่ออกไปตามคำบังคับ
มาตรา 297 การจับกุมและกักขังลูกหนี้ตามคำพิพากษา
มาตรา 298 ศาลออกหมายเรียกลูกหนี้ตามคำพิพากษา
มาตรา 299 สิทธิการดำเนินคดีอาญา
มาตรา 300 การกักขังลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่จงใจขัดขืนคำบังคับ
มาตรา 301 การบังคับกับผู้ประกัน
มาตรา 302 ศาลที่มีอำนาจบังคับคดี

หมวด 2 วิธียึดทรัพย์ อายัดทรัพย์ และการจ่ายเงิน
มาตรา 303 การยึดเอกสารและสังหาริมทรัพย์ที่มีรูปร่าง
มาตรา 304การยึดอสังหาริมทรัพย์
มาตรา 305 ผลของการยึด
มาตรา 306 การขออนุญาตศาลขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ยึด
มาตรา 307 การบังคับรายได้ประจำปี
มาตรา 308 การขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ยึด
มาตรา 309 ข้อบังคับการขายทอดตลาด
มาตรา 309 ทวิ การคัดค้านการจายทอดตลาดในราคาต่ำเกินสมควร
มาตรา 309 ตรี สิทธิของผู้ซื้อทรัพย์สินในการขายทอดตลาด
มาตรา 310 การจัดการทรัพย์สินที่ถูกอายัด
มาตรา 310 ทวิ วิธีการอายัดสิทธิเรียกร้องที่นอกเหนือจากมาตรา 310
มาตรา 311 การอายัดสิทธิเรียกร้องตามมาตรา 310 ทวิ
มาตรา 312 บุคคลภายนอกปฏิเสธคำสั่งอายัด
มาตรา 313 การอายัดสิทธิเรียกร้องแห่งรายได้เป็นคราวๆ การอายัดสิทธิเรียกร้องที่มีจำนองเป็นประกัน
มาตรา 314 ผลของการอายัดสิทธิเรียกร้องตามมาตรา 312 และ 313
มาตรา 315 การขายทอดตลาดสิทธิเรียกร้องที่ถูกอายัด
มาตรา 316 การทำบัญชีและบัญชีทรัพย์สิน
มาตรา 317 การเฉลี่ยเงินที่ได้จากการบังคับคดี กรณีจำเลยขาดนัด
มาตรา 318 การจ่ายเงินกรณีมีเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาคนเดียว
มาตรา 319 การทำบัญชีส่วนเฉลี่ยในกรณีที่มีเจ้าหนี้หลายคน
มาตรา 320 การคัดค้านบัญชีส่วนเฉลี่ย
มาตรา 321 การจ่ายส่วนเฉลี่ยไปพลางก่อน
มาตรา 322 กรณีมีเงินเหลือหลังการจ่าย
มาตรา 323 เงินค้างจ่าย

วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

วิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ การศึกษาอิสระ เอกสารอื่นๆ

รายชื่อที่มี จะยืมเล่มไหนก็บอกนะครับ ยังขาดเกี่ยวกับพรบคอมพ์อยู่ เดี๋ยวเอาภายหลังครับ 5/11/53 ^^
วิทยานิพนธ์
1. การเข้าถือหุ้นข้างมากของบุคคลต่างด้าวในธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายไทย, พนิดา ชุมรุม วิทยานิพนธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2547
2. บริษัทได้มาซึ่งหุ้นของตนเอง : เพื่อรักษาระดับราคาหุ้น, เพ็ญพิมล อรุณสุรัตน์ วิทยานิพนธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2546
3. การต่อรองคำให้การจำเลย : ศึกษาผลกระทบและข้อเสนอต่อการนำมาปรับใช้กับประเทศไทย, ชัยวัฒน์ ม่วงแก้ว วิทยานิพนธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2549
4. มาตรการลงโทษระดับกลางต่อผู้กระทำความผิด, ตราดุลย์ นรนิติผดุงการ วิทยานิพนธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2549
5. สิทธิของรัฐไร้ชายฝั่งตามกฎหมายระหว่างประเทศ, ทัศไนย์ ฤกษ์ศานติวงษ์ วิทยานิพนธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2536
6. ระบอบกฎหมายว่าด้วยสิทธิการผ่านช่องแคบ, ศศิวิไล บัวสาย วิทยานิพนธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2536
7. เทคนิคทางกฎหมายในการกำหนดเขตไหล่ทวีป, ขนิษฐา เหมะรัต วิทยานิพนธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2530
8. ปัญหาในทางกฎหมายระหว่างประเทศที่เกิดจากการละทิ้งแท่นฐานจุดเจาะน้ำมันในไหล่ทวีป, นำพล ทองอุทัยศรี วิทยานิพนธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2543
9. หลักกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยเขตต่อเนื่อง : วิเคราะห์ปัญหาเขตอำนาจของรัฐชายฝั่ง, พรภพ อ่วมพิทยา วิทยานิพนธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2533
10. การเปิดเผยพยานหลักฐานก่อนการสืบพยานในคดีอาญา, บุษณีย์ ภัทรวัฒนานนท์ วิทยานิพนธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2549
11. ปัญหาการสืบพยานเด็กในคดีอาญา, แววตา ธรรมภิบาล วิทยานิพนธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2549
12. การค้นหาความจริงจากพยานเด็กในคดีอาญา ศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายไทยและกฎหมายอังกฤษ, นฤเทพ อภิรักษ์เนติพงศ์ วิทยานิพนธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2545
13. การคุ้มครองผู้เสียหายกรณีเด็กถูกกระทำทารุณทางเพศก่อนและหลังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญา, วาสนา เก้านพรัตน์ วิทยานิพนธ์ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2544
14. ปัญหาในการตีความ “พยานหลักฐานใหม่” ศึกษาเปรียบเทียบการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่กับการสอบสวนซ้ำ, คณิน วงศ์ใหญ่ วิทยานิพนธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2549
15. การคุ้มครองสิทธิของพยานบุคคลในชั้นศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา, ณัฐพล อนุเมธางกูร วิทยานิพนธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2548
16. ปัญหาการบังคับทางปกครองตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539, นางสาววิจิตรา วอนเพียร วิทยานิพนธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2549
17. คดีปกครองเกี่ยวกับการละเลยหรือล่าช้าในการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายปกครอง, สรีรัตน์ หมวดเมือง วิทยานิพนธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2549
18. การบังคับใช้พระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478, พันตำรวจโทอำนาจ จงอดิเรกลาภ วิทยานิพนธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2547
19. ปัญหาอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง, นายประเวศ อรรถศุภผล วิทยานิพนธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2547
20. ปัญหาเกี่ยวกับความรับผิดทางอาญาอันเกิดจากการฝ่าฝืนคำสั่งทางปกครอง, ไพโรจน์ แก้วมณี วิทยานิพนธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2549
21. การแสดงเหตุผลประกอบคำสั่งทางปกครอง, จีรพงษ์ เกียรติธำรงกุล วิทยานิพนธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2543
22. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ : การศึกษากรณีกระทำในการปฏิบัติหน้าที่, กนกศักดิ์ พ่วงลาภ วิทยานิพนธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2549

สารนิพนธ์
1. ปัญหาข้อกฎมหายเกี่ยวกับสัญญาแฟคตอริ่งต่างประเทศ, ทวีพูล ศรีหงส์ สารนิพนธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2546

การศึกษาอิสระ
1. มาตรการทางกฎหมายในการกันผู้ต้องหาเป็นพยาน, พันตำรวจตรี อรรถศักดิ์ ศิริพานิช การศึกษาอิสระ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2545
2. พนักงานอัยการกับการดำเนินคดีอาญาอย่างไม่เป็นทางการ, นางสาวศุลีพร บุญชู การศึกษาอิสระ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2547
3. ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับการบังคับใช้ พ.ร.บ. การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 : ศึกษากรณีการใช้อำนาจสืบสวนของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ, อมรรัตน์ ขอนสัก การศึกษาอิสระ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2549
4. ปัญหากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในการค้นและยึดพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์, ณัฎฐ์พล อัครพลศานต์ การศึกษาอิสระ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2548
5. ปัญหาการบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 การศึกษาอิสระ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2548
6. การต่อรองคำรับสารภาพกับบทบาทของพนักงานอัยการ, นางสาวพนิดา บำรุง การศึกษาอิสระ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2547


เอกสารอื่นๆ
1. คำอธิบายกฎหมายทะเล ศ.ดร. จุมพล สายสุนทร
2. พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองเกี่ยวข้องกับกฎหมายภาษีอย่างไร, ประภาศ คงเอียด บทบัณฑิตย์ เล่มที่ 59 ตอน . กันยายน 2546
3. ผู้เสียหายในคดีปกครอง, สมชาย พฤกษ์ชัยกุล ดุลพาห พฤษภาคม-สิงหาคม 2548
4. รายงานวิจัย การกำกับดูแลเนื้อหาอินเทอร์เน็ต พิรงรอง รามสูต รณะนันทน์และนิธิมา คณะนิธินันท์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีนาคม 2547

วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ข้อ 9-10

ดูคำบรรยายอย่างเดียว ข้อสอบแอบอยู่ในนั้น จากการสังเกตจะไม่ค่อยออกเป็นตัวอย่างที่เขียนไว้ แต่จะเป็นมาตราที่พูดเท่านั้น

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาข้อ 7-8

หนังสือแนะนำ
พยาน ของท่าน ธานี สิงหนาท แนะนำ ดูจูริส มาตราใหม่ด้วย
หรืออ่านพยานของท่านพรเพชร

(เลือกเอา)

เน้นดูข้อสอบเก่า กับตัวบทใหม่

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ข้อ 6

หนังสือแนะนำ จับ ค้น คุมขัง ปล่อยชั่วคราว
อ่านหนังสือ ป.วิ.อ. อาจารย์เกียรติขจร เลือกอ่าน เฉพาะบทเดียวหรือหาซีร๊อกเอาจะถูกกว่า
(มีสรุปอยู่)

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ข้อ 4-5

วิอาญาข้อ 4-5
หนังสือแนะนำ สัมมนาวิอาญา หรือหนังสือ วิอาญา ท่านธานิศ
คำบรรยายเนติก็พออ่านได้อยู่
(ว่างๆ ค่อยเขียน)

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (เนติ) ข้อ 1-3

ข้อ 1-3 เป็น วิอาญา ภาค 1-2
หนังสือแนะนำ
คำบรรยายเนติ สัมมนาวิอาญา ท.ธานิศ และ ท.จุลสิงห์
คำบรรยายเนติ หรือหนังสือสอบสวน ของ อ.ชัยเกษม
คำบรรยายเนติ ของท่านเรวัติ (ออกทุกปี) ในคำบรรยาย
โดยบุคคลที่มีอำนาจฟ้องคดีอาญาตามมาตรา 28 มี 2 คนด้วยกันคือ 1. พนักงานอัยการ 2.ผู้เสียหาย
โดยพนักงานอัยการจะเริ่มดูที่ มาตรา 120 ห้ามมิให้พนักงานอัยการฟ้อง เว้นแต่จะได้มีการสอบสวนเสียก่อน
แต่ในความผิดต่อส่วนตัว จะต้องมีการร้องทุกข์ตามระเบียบตามมาตรา 121 ดูต่อไป
ส่วนผู้เสียหาย แบ่งออกเป็นผู้เสียหายโดยตรง กับผู้ที่มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหาย
ผู้เสียหายโดยตรง ดู มาตรา 2 (4) + 2(7) ร้องทุกข์ โยง 120-126
ผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหาย ดูก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้เสียหายหรือไม่ แล้วดู 4 5 6 โยง มาตรา 3 ผู้จัดการแทนผู้เสียหายมีอำนาจอะไรบ้าง
เรื่อง เขตอำนาจสอบสวน ท้องที่เดียว18 หลายท้องที่ 19 ต่างประเทศ 20
เรื่อง เขตอำนาจศาล 22-24
เรื่อง ร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ผู้เสียหายร้องขอ 30 พนักงานร้องขอ 31
เรื่อง พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง ไม่ตัดอำนาจผู้เสียหายฟ้องเอง 34 (น่าสนใจ)
เรื่อง ถอนฟ้อง มาตรา 35-36
เรื่อง คดีอาญาเลิกกัน มาตรา 37-38
เรื่อง สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ มาตรา 39
เรื่อง คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา มาตรา 40 - 51
เรื่อง ถ้าชันสูตรพลิกศพไม่เสร็จ ห้ามพนักงานอัยการฟ้องคดี มาตรา 129
เรื่อง 133 ทวิ 133 ตรี 134/1 /2 /3 /4 วิธีการสอบสวนผู้เสียหาย ผู้ต้องหา พยาน ที่เป็นเด็ก ชี้ตัว ตั้งทนาย แจ้งสิทธิ ผลของการฝ่าฝืน
เรื่อง อำนาจพนักงานสอบสวน เน้น 140-147 ออกบ่อย อำนาจของพนักงานสอบสวน ถึง อำนาจของพนักงานอัยการในการสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง

วันเสาร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2553

ฎีกาน่าสนใจมาตรา 94 (จริงๆ แล้วไม่ได้กลับหลัก)

คำพิพากษาฎีกาที่ 1149/2552
---โจทก์มีหนังสือสัญญากู้ยืมที่จำเลยลงลายมือชื่อเป็นผู้กู้ระบุว่าจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์จำนวน 20,000 บาท เป็นหลักฐานการกู้ยืมเป็นหนังสือซึ่งจำเลยต้องรับผิด แม้ภายหลังโจทก์แก้ไขจำนวนเงินในสัญญากู้ให้สูงขึ้นเป็น 120,000 บาท ซึ่งไม่เป็นไปตามที่โจทก์และจำเลยตกลงกัน แต่ไม่ทำให้หลักฐานการกู้ยืมเงินที่ทำไว้แต่เดิมและมีผลสมบูรณ์ต้องเสียไป จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์เท่าที่กู้ไปจริง

ข้อสังเกต คำพิพากษาฎีกานี้กลับหลักฎีกาที่ 1539/2548 ที่วินิจิฉัยว่า การนำสัญญากู้ยืมเงินไปกรอกจำนวนเงินกู้ในภายหลังโดยจำเลยไม่ยินยอม สัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวจึงเป็นเอกสารปลอม ถือได้ว่าโจทก์มิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือ โจทก์จึงไม่อาจฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง ดังนั้น แม้จำเลยให้การรับว่าได้กู้และรับเงินกู้ไปเป็นเงิน 45,000 จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดชำระเงินจำนวนดังกล่าว
---หากนำปัญหานี้ออกข้อสอบ น.ศ. ต้องตอบตามฎีกา 1149/52 ซึ่งวินิจฉัยว่า แม้ภายหลังโจทก์แก้ไขจำนวนเงินให้สัญญากู้ให้สูงขึ้นเป็น 120,000 บาท แต่ก็ไม่ทำให้หลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินที่ทำไว้แต่เดิมและมีผลสมบูรณ์ต้องเสียไป จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์เท่าที่กู้จริง
(ที่มา ถาม-ตอบ ท.สมชาย)
เพิ่มเติม หนังสือ ท่านธานี หน้า 91 ฎีกา 1539/48 โดนกลับแล้ว (ยังไม่ได้กลับนะครับ อยากเข้าใจไปอ่านเรื่องกู้ยืม ของแพ่ง) ^^

วันพุธที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2553

วิเคราะห์ วิอาญา 1-2 ท่านเรวัต

วิเคราะห์ วิอาญาท่านเรวัต
จะเห็นได้ว่าคำบรรยายท่านเรวัต ครั้งที่ 6-7
มีเรื่อง น่าสนใจดังนี้
1.เปรียบเทียบปรับ มาตรา 38 กับ 144 ออกเนติไปเมื่อสมัย 57 เป็นการเขียนแนวอธิบาย อาจออกอีกได้เพราะไม่ได้มีฎีกา ครั้งที่ 6 หน้า 149-153

2.คำพิพากษาคดีส่วนแพ่งต้องปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา มาตรา 46 น่าสนใจมาก แต่เคยออกไปเมื่อสองปีก่อน มีฎีกาปี 50 น่าสนใจ ครั้งที่ 6 หน้า 159-160 กับฎีกาปี 51 เยอะมาก สังเกตได้จากในจูริส
***สามารถแต่งโจทย์รวมกับข้อหนึ่งได้นะครับ ออกเป็น ก) ข)

3.วิธีปฏิบัติในการจับ มาตรา 83, 84 เป็นไปตามตัวบท แต่เน้นที่ 83 วรรคสาม

4.การปล่อยชั่วคราว มาตรา 106 107 108 ครั้งที่ 7 น.218 - 219

5.สำนวนการสอบสวนที่รู้ตัวผู้กระทำผิดและจับตัวได้ มาตรา 142 ครั้งที่ 7 น.227
***ประเด็นข้อ 4 กับข้อ 5 อาจจะแต่งข้อสอบไปด้วยกันได้ ผมสามารถแต่งข้อสอบได้นะ - -'' คิดไปเองหรือเปล่าก็ไม่รู้

6.หลักเรื่องคดีเดียวกันจะต้องถูกดำเนินการครั้งเดียว ครั้งที่ 7 น.228-229
***ข้อแตกต่างในชั้นศาลกับชั้นอัยการ

7.ชันสูตรพลิกศพ เป็นไปตามตัวบท

สิ่งที่ผมสนใจและน่าจะออกคือข้อ 2 กับ ข้อ 6 ลองไปดูนะครับ

วันพุธที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2553

มาตรา 18 ตรวจคำคู่ความ

มาตรา 18
ประเด็นน่าสนใจ
- กรณีตามมาตรา 18 วรรคสอง เมื่อศาลเห็นว่าคู่ความที่ยื่นต่อศาลอ่านไม่ออก อ่านไม่เข้าใจ เขียนฟุ่มเฟือยเกินไปหรือไม่มีรายการ ไม่มีลายมือชื่อ ไม่แนบเอกสารต่างๆ ตามที่กฎหมายต้องการ หรือมิได้ชำระค่าธรรมไม่ถูกต้อง ศาลจะสั่งคืนคำคู่ความไปทำมาใหม่ แก้ไขเพิ่มเติมหรือชำระค่าธรรมเนียมให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนดเสียก่อน หากคู่ความไม่ปฏิบัติตาม ศาลจึงจะสั่งไม่รับคำคู่ความได้ ศาลจะสั่งไม่รับหรือคืนคำคู่ความโดยไม่กำหนดเวลาให้คู่ความแก้ไขหรือปฏิบัติให้ถูกต้องเสียก่อน เป็นการผิดขั้นตอน ศาลจึงสั่งไม่รับฟ้องหรือไม่รับคำร้องทันทีไม่ได้ (คร.1500/46) แต่ถ้าเป็นเรื่องเงินค่าธรรมเนียมที่ผู้อุทธรณ์จะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งและต้องนำมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ตามมาตรา 229 หากผู้อุทธรณ์ไม่นำมาวาง ศาลสั่งไม่รับอุทธรณ์ได้เลย กรณีไม่ใช่เรื่องของการมิได้ชำระหรือค่าธรรมเนียมศาลให้ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 18 ศาลไม่จำต้องกำหนดเวลาตามมาตรา 18 ให้ชำระก่อนที่จะสั่งไม่รับคำคู่ความ (D968/52)
- คำคู่ความไม่มีลายมือชื่อ
คำคู่ความไม่มีลายมือชื่อของผู้ยื่น ศาลอาจสั่งให้ทำมาใหม่หรือสั่งให้แก้ไขข้อมูลบกพร่องดังกล่าวได้ตามมาตรา 18 วรรคสอง ถ้าปรากฏภายหลังศาลรับฟ้องแล้ว ศาลต้องสั่งให้แก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าว จะถือเป็นเหตุให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษายกฟ้องเสียทีเดียวไม่ได้ D5556/43 ถ้าล่วงเลยมาปรากฏในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกา ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาก็ต้องยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสั่งให้แก้ไขข้อบกพร่องแล้วพิพากษาใหม่ D5622/48
5622/2548คำให้การจำเลยไม่มีลายมือชื่อจำเลยหรือทนายจำเลยผู้ยื่นคำให้การ จึงเป็นคำคู่ความที่ไม่บริบูรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 67 (5) การที่ทนายจำเลยลงลายมือชื่อในช่องหมายเหตุท้ายคำให้การจำเลยแผ่นแรก ไม่ใช่เป็นการลงลายมือชื่อในคำคู่ความตามความหมายของ ป.วิ.พ. มาตรา 67 (5) การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีไปโดยไม่แก้ไขข้อบกพร่องของคำคู่ความดังกล่าวให้บริบูรณ์เสียก่อนจึงเป็นการไม่ชอบ และศาลอุทธรณ์ภาค 1 ควรพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเพื่อให้ศาลชั้นต้นแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าวแล้วพิพากษาใหม่ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ชี้ขาดตัดสินฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ไปโดยที่ยังมิได้มีการแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าว จึงเป็นการไม่ชอบเช่นเดียวกัน ศาลฎีกาย่อมยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพื่อให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 18 วรรคสอง โดยให้จำเลยลงลายมือชื่อในคำให้การเสียให้บริบูรณ์ตามกฎหมายแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
- ทนายความลงลายมือชื่อในคำคู่ความโดยไม่มีอำนาจ ถือว่าเป็นกรณีที่ไม่มีลายมือชื่อของคู่ความ ชอบที่จะสั่งให้แก้ไขข้อบกพร่องตามมาตรา 18 วรรคสอง เสียก่อนจะสั่งไม่รับฟ้องเสียทีเดียวไม่ได้ 871/50
กรณีทนายความยื่นอุทธรณ์โดยไม่มีอำนาจ ศาลชั้นต้นสั่งให้แก้ไขอำนาจทนายความหรือสั่งไม่รับอุทธรณ์ตามมาตรา 18 ก็ได้ การที่ผู้อุทธรณ์ยื่นใบแต่งทนายความที่ให้อำนาจทนายโจทก์ยื่นอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์สั่งให้รับอุทธรณ์ไว้ถือว่าเป็นศาลอุทธรณ์อนุญาตให้อุทธรณ์แล้ว 432/42
- เมื่อศาลตรวจคำคู่ความแล้วเห็นว่าไม่เป็นไปตามเงื่อนไขตามกฎหมาย ศาลอาจสั่งให้แก้ไขเพิ่มเติม สั่งให้ชำระเงินค่าธรรมเนียมให้ครบถ้วน สั่งให้คืนคำคู่ความไปให้ทำมาใหม่ หรือสั่งไม่รับคำคู่ความเลยทีเดียว แต่การสั่งไม่รับคำคู่ความตามมาตรา 18 นี้ ต้องเป็นกรณีที่ศาลมิได้วินิจฉัยเนื้อหาแห่งคำคู่ความนั้น แต่ถ้าศาลวินิจฉัยเนื้อหาแห่งคำคู่ความแล้ว ศาลจะสั่งไม่รับคำคู่ความตามมาตรา 18 ไม่ได้ ศาลต้องยกฟ้องตามมาตรา 172 เช่น ศาลตรวจค้ำฟ้องแล้วเห็นว่าคำฟ้องไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ชอบที่จะยกฟ้องโจทก์เสียได้โดยไม่จำเป็นต้องสั่งรับฟ้องโจทก์ก่อนและศาลจะสั่งไม่รับฟ้องไม่ได้ ทั้งกรณีเช่นนี้ถือว่าเป็นการวินิจฉัยเนื้อหาแห่งคดีหรือประเด็นแห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่จะคืนค่าธรรมเนียมศาลตามมาตรา 151 D3267/48
- เมื่อเป็นการวินิจฉัยเนื้อหาแห่งคดีแล้ว ศาลชอบที่จะยกฟ้อง จะสั่งไม่รับฟ้องไม่ได้ 5630/48

อัพเดท เดือนมีนาคม

จูริส วิแพ่ง เล่ม 1 ปี 53
หน้า 60 ฎีกาที่ 5542/2548 เป็นฎีกาที่ 5562/2548 (เลขฎีกาผิด)

วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2553

เนติบัณฑิตยสภา ปี 52 เล่ม 4

คำพิพากษาฎีกาที่ 3121/2552
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334

---การบังคับชำระหนี้ต้องดำเนินการตามกฎหมาย มิใช่เจ้าหนี้บุกรุกเข้าไปเอาทรัพย์สินของลูกหนี้ไปโดยพลการ การที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าหนี้ใช้เลื่อยตัดกุญแจแล้วเปิดประตูเข้าไปเอาเครื่องบดแป้งไฟฟ้าและรถจักรยานที่เก็บอยู่ในบ้านซึ่งจำเลยรู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่บ้านพักของ ป. ลูกหนี้และไม่รู้ด้วยว่าเครื่องบดแป้งไฟฟ้าและรถจักรยานใช่ของ ป. หรือไม่ไปเพื่อตีชำระหนี้ จึงเอาเป็นการเอาทรัพย์ไปโดยทุจริต จำเลยจึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหสถานโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์

คำพิพากษาฎีกาที่ 4681/2552
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1566, 1598/39
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55

---การที่บุคคลจะเสนอคดีต่อศาลส่วนแพ่งโดยการยื่นเป็นคำฟ้องหรือคำร้องขออย่างหนึ่งอย่างใด มิได้พิจารณาว่าคดีดังกล่าวเป็นคดีมีทุนทรัพย์หรือไม่มีทุนทรัพย์
---ตามคำร้องขอของผู้ร้องนอกจากมีคำขอให้ลดค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์แล้ว ยังขอให้มีคำสั่งถอนอำนาจปกครองของ ป. และแต่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองด้วย อันส่งผลกระทบต่อค่าอุปการะเลี้ยงดู เพราะหากศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้ร้องก็ไม่จำต้องจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์แก่ ป. ตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าอีกต่อไป ซึ่งศาลมีอำนาจแก้ไขได้ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ และถือได้ว่าคำขอให้ถอนอำนาจปกครองและแต่งตั้งผู้ใช้อำนาจปกครองคนใหม่เป็นคำขอหลัก ส่วนคำขอให้ลดค่าอุปการะเลี้ยงดูเป็นคำขอรอง นอกจากนี้แม้ตามข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าจะกำหนดให้ ป. เป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง แต่ถ้าภายหลังพึ่งจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้ใช้อำนาจปกครอง ศาลก็มีอำนาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1521 ประกอบมาตรา 1566 (5) แต่บทบัญญัติดังกล่าวมิได้กำหนดวิธีการที่คดีจะมาสู่ศาล แสดงว่าบทบัญญัติดังกล่าวประสงค์จะให้คดีขึ้นสู่ศาลได้โดยทำเป็นคำฟ้องอย่างคดีมีข้อพิพาทและทำเป็นคำร้องขออย่างคดีไม่มีข้อพิพาทได้ด้วย ผู้ร้องจึงชอบที่จะเสนอคดีขอให้ถอนอำนาจปกครองและแต่งตั้งผู้ใช้อำนาจปกครองคนใหม่โดยทำเป็นคำร้องขอ รวมทั้งชอบที่จะเสนอคดีขอให้ลดค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรซึ่งเกี่ยวเนื่องกันเข้ามาในคำร้องขอฉบับเดียวกันได้
---ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/39 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า เมื่อผู้มีส่วนได้เสียแสดงว่าพฤติการณ์ รายได้ หรือฐานะของคู่กรณีได้เปลี่ยนแปลงไป ศาลจะสั่งแก้ไขในเรื่องอุปการะเลี้ยงดูโดยให้เพิกถอน ลด เพิ่ม หรือกลับให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูอีกก็ได้ ดังนั้น แม้บันทึกท้ายทะเบียนการหย่าจะกระทำขึ้นโดยชอบด้วยความสมัครใจของคู่กรณี ถ้าต่อมาพฤติการณ์ รายได้ หรือฐานะคู่กรณีเปลี่ยนแปลงไป ศาลก็มีอำนาจแก้ไขในเรื่องดังกล่าวได้ตามบทบัญญัติดังกล่าว

เนติบัณฑิตยสภา ปี 52 เล่ม 3

คำพิพากษาฎีกาที่ 526/2552
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352

---โจทก์มอบหมายให้จำเลยเป็นผู้ดูแลการเงินของร้านทรงสมัยพิษณุโลก สาขาของโจทก์ เงินรายได้ของร้านที่จำเลยรับไว้โดยผู้จัดการสาขาดังกล่าวนำมาฝากเข้าบัญชีของจำเลยเพื่อให้จำเลยนำส่งไปที่สำนักงานใหญ่ของโจทก์จึงตกเป็นของโจทก์ จำเลยมีหน้าที่ต้องนำส่งเงินรายได้ดังกล่าวให้แก่โจทก์แต่ไม่นำส่ง กลับเบียดบังเอาเงินนั้นเป็นของตนโดยทุจริต จำเลยจึงมีความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก


คำพิพากษาฎีกาที่ 891/2552
คำพิพากษาฎีกาที่ 919/2552
คำพิพากษาฎีกาที่ 1257/2552
คำพิพากษาฎีกาที่ 1566/2552
คำพิพากษาฎีกาที่ 1608/2552

เนติบัณฑิตยสภา ปี 52 เล่ม 2

คำพิพากษาฎีกาที่ 53/2552
คำพิพากษาฎีกาที่ 84-85/2552
คำพิพากษาฎีกาที่ 481-482/2552
คำพิพากษาฎีกาที่ 944/2552
คำพิพากษาฎีกาที่ 950/2552
คำพิพากษาฎีกาที่ 960/2552

วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553

เนติบัณฑิตยสภา ปี 52 เล่ม 1

คำพิพากษาฎีกาที่ 220/2552
คำพิพากษาฎีกาที่ 261/2552
คำพิพากษาฎีกาที่ 413/2552
คำพิพากษาฎีกาที่ 607/2552
คำพิพากษาฎีกาที่ 671/2552
คำพิพากษาฎีกาที่ 796/2552
คำพิพากษาฎีกาที่ 1067/2552

สำนักวิชาการ ปี 51 เล่ม 7

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1455/2551
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2897-2898/2551
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3049/2551
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3656/2551
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4622/2551
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4899/2551
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5438/2551
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5716/2551
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5905/2551
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6137/2551
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6606/2551
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7695/2551
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8175/2551